ก้าวสู่การเป็นนักเขียนมืออาชีพ
 
กันไว้ดีกว่าแก้ ตอน "ความผิดพลาดที่อาจเกิดขึ้นได้กับอาชีพนักแปล"

สัจจะ และมาตรฐานการทำงาน คือสิ่งที่มืออาชีพไม่ว่าอาชีพใดควรพึงรักษาไว้ด้วยเกียรติด้วยศักดิ์ศรี
แต่แม้จะระวังแค่ไหนก็อาจจะเป็นไปได้ที่ด้วยเหตุเพราะความตั้งใจที่ดีแท้ ๆ นี่แหละที่กลับทำให้มืออาชีพหลายคนต้องมาผิดสัจจะหรือเสียมาตรฐานการทำงานของตนเข้าเสียได้
ทำไมจึงเป็นเช่นนั้นนะหรือคะ?
หากจะให้ตอบตามประสบการณ์ ก็คือ เกิดการประเมินที่ผิดพลาดโดยตัวเรานี่แหละค่ะ! 
บางครั้งเราประเมินจากประสบการณ์การทำงานครั้งก่อน ๆ ที่ไม่เคยเกิดความผิดพลาดมานานมากแล้ว
ประกอบกับความตั้งใจจริงที่ไม่คิดผิดสัจจะอย่างแน่นอน
แต่แล้วจู่ ๆ ในระหว่างการทำงาน มีสถานการณ์ใหม่ที่ไม่คุ้นเคยโผล่เข้ามาจนทำให้ทุกอย่างรวน ความผิดพลาดจึงเกิดขึ้นเอาได้ง่าย ๆ 

สำหรับคนที่คนตั้งมาตรฐานการทำงานของตนเองไว้ที่ระดับของมืออาชีพ
เวลาเกิดเหตุผิดพลาด ก็มักจะรู้สึกเจ็บใจตัวเองเป็นธรรมดา 
แต่ความผิดพลาดอาจเกิดขึ้นได้เสมอแหละค่ะ แต่ขอแค่เรารู้จักขอโทษ
รู้จักทำสิ่งใดที่แสดงออกถึงการขอโทษที่มากกว่าแค่การพูดว่าขอโทษ
  และไม่ทำผิดซ้ำเรื่องเดิมอีก
ก็ถือว่าเราได้จัดการปัญหาความผิดพลาดครั้งนั้นอย่างคนทำงานมืออาชีพอยู่นะ 


เอาล่ะค่ะ มาเข้าเรื่องกันเลยดีกว่า... ว่าอะไรคือความผิดพลาดที่อาจเกิดขึ้นได้กับอาชีพนักแปล ที่นักแปลต้องพึงระวังเป็นพิเศษ

หลายอาชีพก็มีสถานการณ์ที่ไม่คุ้ยเคยต่างแบบต่างสไตล์กันไป
แต่กับอาชีพนักแปลหรือบรรณาธิการหนังสือแปลแล้ว
เชื่อไหมล่ะ? ว่าความผิดพลาดจากการประเมินวันกำหนดส่งงานผิดอาจเกิดขึ้นได้ง่าย ๆ อย่างไม่น่าเชื่อเลย (แม้จะประเมินไม่ผิดพลาดเลยมานานมากแล้วก็ตาม)

โดยปกติเวลาผู้แปลหรือบรรณาธิการหยิบงานแปลหนังสือสักชิ้นมาลองทำไปสักบทหนึ่ง
ก็คงจะพอประเมินได้ว่า กว่าจะทำจบทั้งเล่มนั้น
น่าจะใช้เวลาแปลและเรียบเรียงทั้งหมดประมาณกี่สัปดาห์หรือกี่เดือน
.
แต่สิ่งที่ผู้รับงานต้องระวังอย่างหนึ่งคือ
หากเราเป็นฝ่ายแจ้งวันส่งงาน
อย่าเพิ่งแจ้งเป็นมั่นเป็นเหมาะว่าจะสามารถทำเสร็จภายในวันที่เท่านั้นเท่านี้.. อย่างแน่นอน 100% ค่ะ
ไม่เช่นนั้นถึงเวลาใกล้ ๆ วันส่งงาน แล้วเราพบว่าหากจะทำให้ได้มาตรฐานที่เราตั้งไว้ เราไม่มีทางส่งได้ทันแน่นอน
ถึงเวลานั้น เราจะมีทางเลือก 2 ทาง คือ
ทางเลือกที่ 1 : ขอเลื่อนวันส่งงาน
ซึ่งก็เท่ากับเราผิดสัจจะที่ให้ไว้เสียเป็นมั่นเป็นเหมาะว่างานเสร็จทันแน่น๊อน!!

ทางเลือกที่ 2 : ส่งให้ตรงเวลาทั้งที่ผลงานที่ส่งก็ยังไม่ผ่านมาตรฐานที่เราตั้งไว้
ซึ่งเป็นวิธีที่ป๊อปไม่แนะนำเลยค่ะ
เพราะมันจะกระทบต่อภาพลักษณ์ของเรานะ
อย่าคิดไปเองว่าคนอ่านเขาดูไม่ออก คนดูออกมีเยอะค่ะ
และมันจะทำให้เขาเข้าใจว่า  มาตรฐานสูงสุดที่เราทำได้คือที่เราส่งไปนั่นแหละ
ซึ่งป๊อปมองว่ามันไม่คุ้มเลย
...................................................................
วิธีที่ป๊อปแนะนำคือ หลังจากที่เราลองคัดบางส่วนมาลองเรียบเรียงดูคร่าว ๆ (ซึ่งเราจะใช้วิธีสุ่มบทเอาก็ได้นะ) เพื่อประเมินวันจบงาน
เราอาจแจ้งกับทางลูกค้าว่า เท่าที่ลองสุ่มทำ ใช้เวลาประมาณนี้ ๆ นะ
คาดว่าทั้งเล่มน่าจะใช้เวลาทั้งสิ้น ..(กี่สัปดาห์ กี่เดือน ก็แจ้งเขาไป)
แต่อย่าลืมแจ้งเขาด้วยว่า  แต่หากระหว่างทำงาน เราพบปัญหาบางอย่างระหว่างทำงาน
เช่น บทหลัง ๆ ใช้เวลาทำยากกว่าหลายเท่า
เราจำเป็นต้องขยายเวลา เพื่อรักษามาตรฐานการทำงานเอาไว้

กรอบเวลา เป็นเรื่องจำเป็นต้องกำหนด อันนี้เราเข้าใจ
แต่เราจะพยายามทำให้เร็วที่สุดเท่าที่จะเร็วได้ โดยยังคงรักษามาตรฐานการทำงานสูงสุดของเรา

หากลูกค้าอยากใช้งานเราจริง ๆ ยังไงเขาก็เข้าใจค่ะ
โดยเราก็ต้องรายงานลูกค้าอย่างสม่ำเสมอ เพื่อสร้างความไว้วางใจและความสบายใจให้กับลูกค้า
...................................................................


แต่หากคุณไม่ได้เป็นฝ่ายกำหนดวันส่งงาน แต่เป็นทางลูกค้ากำหนดมาให้
หากคุณคำนวณเวลาแล้ว ไม่น่าจะเสร็จทัน
อย่ารับงานมาแล้วกะว่าจะมาอดนอนทำให้ทันนะคะ
ทำตอนง่วง ๆ ใช้เวลาต่อบรรทัดเยอะกว่า
เปลืองเวลาที่น่าจะต้องเสียไปเปล่า ๆ

ถ้าอยากได้งานจริง ๆ ก็แจ้งกับลูกค้าตามตรงว่า
หากทำด้วยมาตรฐานการทำงานของเรา เป็นไปได้ยากที่จะทำให้เสร็จตรงตามกำหนดที่เสนอมา
หากอยากได้เราจริง ๆ คงต้องขอให้ทางลูกค้าขยายเวลาให้
ถ้าลูกค้าถามว่า แล้วเราต้องการขยายถึงเมื่อไหร่
ก็ตอบไปตามวิธีแรกที่ป๊อปแนะนำแหละค่ะ ปลอดภัยสุดแล้ว

แต่อย่ารับงานมาเพื่อที่สุดท้ายเราก็มาต้องเลือกที่จะเลื่อนวันส่งให้ต้องเสียสัจจะ
หรือต้องลดมาตรฐานการทำงานลงเพื่อที่จะส่งให้ทันเลยค่ะ
เพราะมันจะทำให้เสียชื่อเสียงเปล่า ๆ

ยอมรับเลยว่าเมื่อก่อนก็เคย
ประเภทที่ว่าเอะอะก็ ได้ค่ะ ๆ ด้วยความตั้งใจจริงว่าจะทำส่งให้ทันให้ได้
ซึ่งเป็นการตอบที่ประมาทมาก ๆ
แล้วสุดท้ายก็ต้องมาขอเลื่อนวันส่งเพราะป๊อปไม่ยอมลดมาตรฐานการทำงาน
ถึงลูกค้าไม่ได้โกรธอะไรเรา แต่เราก็เป็นที่จดจำสำหรับเขาไปแล้ว ว่าเป็นเราเป็นคนไม่ตรงต่อเวลา

ป๊อปไม่อาจแก้ไขในสิ่งที่ผิดพลาดไปแล้วได้
แต่ป๊อปเลือกที่ปรับปรุงตัวเอง ระมัดระวังมากขึ้นเวลาจะรับปากอะไรใคร
...................................................................

อันที่จริงแล้ว การจะแจ้งลูกค้าว่าสามารถส่งงานได้ภายในวันไหนอย่าง 100% กับงานที่ค่อนข้างคำนวณเวลาได้อย่างแน่นอน  เช่น
งานแปลเอกสารที่มีความยาวไม่มากนัก หรืองานเขียนทั่วไป (ที่ไม่ต้องมีการแปลร่วมด้วย) จริง ๆ แล้วก็ไม่เสียหายอะไรหรอกนะคะ
แต่เพื่อความไม่ประมาท ก็ขอให้แน่ใจ 100% ว่า เราน่าจะสามารถทำงานชิ้นที่รับมานั้นให้เสร็จได้ก่อนกำหนดอย่างแน่นอน 3- 14 วันเป็นอย่างน้อยจะเป็นการดีกว่า 
เพราะหากเราสามารถส่งงานให้ลูกค้าได้ก่อนวันกำหนดส่ง ก็ถือได้ว่าเราได้สร้างความประทับใจให้ลูกค้าได้มากเหมือนกัน
แต่อาจจะกันพลาดไว้โดยการแจ้งเพิ่มเติมด้วยว่า " หากไม่มีผิดพลาด (จะสามารถส่งงานได้ตามกำหนดอย่างแน่นอน) " ก็ดีนะคะ
เผื่อเกิดปัญหาไม่คาดฝันจนเป็นเหตุให้ไม่สามารถส่งงานได้ตามกำหนดได้ จะได้ไม่ดูเป็นการผิดสัจจะอย่าง 100% นะคะ  

...................................................................
งานเขียน งานเรียบเรียง งานแปล สำหรับป๊อปแล้ว เป็นงานที่มีความเป็นศิลปะสูง 
และเป็นงานที่หากจะทำให้ดีต้องใช้เวลาพินิจพิจารณาไม่น้อย 
แม้แต่ชิ้นงานเขียนที่ง่ายที่สุดก็ยังต้องใช้เวลาตรวจสอบความถูกต้องเรียบร้อยอย่างน้อย 2 รอบเลย 
ฉะนั้น อย่าประมาทเรื่องเวลาเป็นอันขาดนะคะ ด้วยความปรารถนาดีจากใจจริงค่ะ

ก็หวังว่าที่แบ่งปันครั้งนี้จะเป็นประโยชน์ต่อผู้ทำงานแปลทุกท่านได้ไม่มากก็น้อยะคะ

หากทุกคำแนะนำนี้มีความผิดพลาดประการใด ยินดีน้อมรับทุกคำติชมค่า



เปิดอ่านแล้ว : 241

<< Back