ก้าวสู่การเป็นนักเขียนมืออาชีพ
 
3 ปัจจัยในการแปลงานเขียนให้จับใจคนอ่าน

เมื่อพูดถึงงานแปล โดยเฉพาะการแปลหนังสือ
หลายคนอาจไม่ทราบว่า บางครั้งกระบวนการเรียบเรียงก็ยากยิ่งกว่ากระบวนการแปลเสียอีก
ยิ่งใครที่ทำทั้ง 2 หน้าที่นี้คนเดียวได้ ป๊อปนี่นับถือเลย
เพราะป๊อปเองก็ยังต้องพึ่งคนอื่นในกระบวนการแปลอยู่เหมือนกัน


สิ่งที่ทำให้กระบวนการเรียบเรียงยากหรือง่าย

บางครั้งก็อยู่ที่เนื้อหาของต้นฉบับภาษาอังกฤษ (หรือภาษาอื่น ๆ )
ที่บางชิ้นงาน เป็นงานที่ถูกเขียนขึ้นมาเป็นร้อยปีแล้ว
ซึ่งบางทีอ่านแล้วก็ไม่ใช่ว่าจะเข้าใจได้ง่าย ๆ
ซึ่งก็ไม่ผิดอะไรหากผู้ที่แปลคนแรกที่ทราบว่างานแปลของเขาจะต้องส่งให้ฝ่ายเรียบเรียงมารับช่วงต่อ
จะแปลมาเสียตรงเป๊ะจนอ่านไม่เข้าใจ
บางท่านที่อ่านมาถึงตรงนี้อาจสงสัยว่า มันจะเป็นไปได้ยังไงที่แปลตรงเป๊ะแล้วอ่านไม่เข้าใจ
มีค่ะ
เป็นการแปลทีละพยางค์แล้วเอามาผสมกัน
เหมือนเวลาที่เราเอาประโยคภาษาอังกฤษไปแปลบน http://translate.google.com ไง่ล่ะ  
ตรงเป๊ะในที่นี้คือ ต่อพยางค์น่ะถูก แต่ผสมแล้วกันอ่านไม่รู้เรื่องเลยนั่นเอง 555

ซึ่งการที่ผู้แปล แปลมาให้แบบนั้น อาจเป็นเพราะความกังวลที่ว่ากลัวจะทำให้ความหมายผิดเพี้ยน
หรือไม่ก็รีบส่งงานให้ทันกำหนดส่ง บทหนักก็เลยตกเป็นของผู้เรียบเรียง

ซึ่งสิ่งที่ผู้เรียบเรียงต้องคำนึงถึงเสมอเมื่อรับงานแปลมาเรียบเรียงต่อ ก็คือ " ความเข้าใจของผู้อ่าน "
เราต้องคำนึงถึงความเข้าใจของผู้อ่านเป็นสำคัญ
ต้องอย่าลืมว่า ผู้อ่านส่วนใหญ่ไม่ได้อ่านเล่มภาษาต้นฉบับมาก่อน เขาอ่านเล่มแปลเลย
เวลานั่งเรียบเรียงแต่ละบรรทัด เราต้องจำลองตัวเองเป็นผู้อ่านไปด้วย
ว่าอ่านแล้วเข้าใจไหม เข้าใจว่าอย่างไร (เข้าใจถูกไหม)
และที่สำคัญที่สุดที่ผู้เรียบเรียงต้องตระหนักเสมอ คือ
" ความเปลี่ยนแปลง " หรือ " ความเข้าใจ " แบบไหน ที่ผู้เขียนเขาอยากให้เกิดขึ้นกับผู้อ่าน
เรื่องนี้ซีเรียสมากกว่าเรื่องแปลถูกแปลผิดเสียอีก
ฉะนั้นเราต้องไม่ปล่อยผ่านแต่ละบรรทัดไปง่าย ๆ

ผู้เรียบเรียงที่มีคลังคำศัพท์ในหัวเยอะ เพราะอ่านหนังสือมาเยอะ
จะไม่ปล่อยผ่านแต่ละบรรทัดไปง่าย ๆ
จะวนคิดวนอ่านซ้ำ ๆ แล้วถามตัวเองตลอดเวลาว่า " มันเจ๋งพอหรือยังนะบรรทัดนี้? "
บ่อยครั้งที่ป๊อปนั่งเรียบเรียงงาน บางบทป๊อปอยู่กับมันกว่า 2 อาทิตย์
ทุกครั้งที่คิดว่าผ่านละวุ๊ย! ไปบทอื่นได้ละ!
แต่เชื่อไหมพอเราย้อนกลับมาอ่านอีกที เราก็มักจะมองเห็นในจุดที่ยังปรับปรุงเพิ่มเติมได้เสมอ
ถ้าถามว่า แล้วงี้เมื่อไหร่จะแปลเสร็จล่ะคะคุณพี่?
อันนี้ก็คงต้องตอบว่า " ก็เมื่อถึงจุดที่เราพอใจอ่ะค่ะ "
มันมีจุดนั้นแน่นอน จุดที่เราคิดว่าหนังสือเล่มนี้พร้อมที่จะออกสู่สายตาประชาชนละ!
เซนต์ (sense) เราจะบอกเอง ถ้าเซนต์เราแม่นพอนะ
ถ้าเราไม่มั่นใจว่าเซนต์เราแม่นพอหรือยัง ก็พึ่งเซนต์ บ.ก.(บรรณาธิการ) แทนได้จ้า
(แต่ที่ต้องระวังอีกอย่างคือ ถ้าเซนต์ บ.ก. พลาด อันนี้อาจมีกระทบถึงชื่อเสียงสำนักพิมพ์ได้เยยทีเดียวนะตัว    )


งานแปลนั้น ถามว่าเร่งได้ไหม?

ก็ถ้ามันอืดเกินไป ย่อมสมควรเร่งอยู่แล้วค่ะ
แต่เร่งในทีนี้คือเร่งให้ตัวเอง (หรือคนเรียบเรียง) มาตั้งใจนั่งทำงานอย่างไม่ว่อกแว่ก
ยิ่งมีสมาธิในการทำงานมากเท่าไหร่ งานยิ่งเสร็จได้ไวขึ้นเท่านั้น
แต่ไม่ควรเร่งเสียจนงานออกมาไม่ดี
งานแปล หรืองานเรียบเรียงงานแปล เป็นงานที่ต้องให้เวลา
ไหน ๆ คิดจะจับแล้ว ก็แนะนำว่าทำให้สุดฝีมือไปเลยดีกว่าค่ะ


และ (ในมุมมองของป๊อป) ปัจจัยที่ช่วยให้เราแปลหรือเรียบเรียงงานแปลได้ดี ก็คือ
 
1. ความเข้าใจในชีวิต
ความเข้าใจในชีวิตในที่นี้หมายถึง การคิดเป็น รู้จักพิจารณา แยกแยะ
เข้าใจว่ามนุษย์แต่ละกลุ่ม ให้ความหมายกับสิ่งที่ตนได้รับรู้ไม่เหมือนกัน
เข้าใจความแตกต่างของวัฒนธรรม
สิ่งเหล่านี้จำเป็นมาก ๆ ในการเลือกคำในการทำงานแปลและเรียบเรียง
ทำไมถึงเลือกให้เรื่องของ " ความเข้าใจในชีวิต " เป็นปัจจัยสำคัญอันดับหนึ่งน่ะหรือคะ
ก็เพราะว่า..จากประสบการณ์แล้ว ป๊อปเห็นชัด ๆ เลยว่า ความรู้ทางภาษายังไม่สำคัญเท่าคุณสมบัตินี้เลย
บางคนไม่เก่งภาษาอังกฤษนะ แต่พอให้มาทำงานเรียบเรียงงานแปล กลับทำได้ดีจนน่าตกใจ
แบบที่ถ้าคุณได้ตรวจงานเขาคุณก็อาจจะรู้สึกไม่อยากจะเชื่อว่าเขาไม่เก่งอังกฤษจริง ๆ หรือนี่?
เพราะเขาจะรู้ว่า เขาควรเลือกคำแปลแบบไหนที่จะทำให้คนอ่านเข้าใจและเกิดการเปลี่ยนแปลงได้ดีที่สุด

ซึ่งสิ่งที่จะช่วยให้เราเข้าใจชีวิตได้ดีขึ้นเรื่อย ๆ
สำหรับป๊อปแล้วก็คือการศึกษาหาความรู้เกี่ยวกับชีวิตนี่แหละค่ะเพิ่มเติมอยู่เสมอ
นอกจากการอ่านหนังสือ ดูรายการดี ๆ การเข้าสัมมนาต่าง ๆ การคบเพื่อนที่ดีแล้ว
การศึกษาและปฏิบัติธรรมยิ่งช่วยได้มากเลยล่ะ

2. ทักษะทางภาษา
ยิ่งเชี่ยวชาญทั้งภาษาต้นฉบับและภาษาไทย (หรือภาษาที่เราต้องการแปลออกมา) มากพอ ๆ กันก็ยิ่งได้เปรียบ
เพราะจะทำให้เราพบคำที่เวิร์คที่สุดได้เร็ว งานก็ยิ่งไปไว
ยิ่งถ้าบรรยากาศการทำงานช่วยให้มีสมาธิได้ดีขึ้น ก็ยิ่งเพิ่มความเร็วในการทำงานได้มาก

3. เวลาในการทำงานที่มากพอ
ข้อนี้สำหรับป๊อปแล้วสำคัญมากค่ะ
นี่ตั้งใจว่า ถ้ารับเรียบเรียงงานเล่มถัด ๆ ไป อยากจะทำอย่างไม่มีอะไรทั้งนั้นมาเร่ง
ทำเรื่อย ๆ แต่ทำอย่างจริงจัง เสร็จเมื่อไหร่ก็เมื่อนั้น คงจะสนุกดีแท้


เอ้า! ยาวอีกแล้ว 
จบดื้อ ๆ เลยละกัน
ก็ประมาณนี้ค่ะ หวังว่าจะเป็นประโยชน์กับผู้ที่กำลังสนใจงานแปลไม่มากก็น้อยนะคะ

โชคดีค่า



เปิดอ่านแล้ว : 91

<< Back